2. พุทธประวัติโดยย่อ

พุทธประวัติ

            1 ชาติตระกูล เจ้าชายสิทธัตถะทรงถือกำเนิดในวรณะกษัตริย์ ประสูติเมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (เดือนวิสาขะ) ก่อพุทธศักราช 80 ปี พระบิดา คือ พระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์แห่งศากยวงศ์ แคว้นสักกะมีกรุงกบิลพัสดุ์ เป็นเมืองหลวง (อยู่ทางตอนเหนือของดินแดนชมพูทวีป ในปัจจุบันเป็นประเทศเนปาล) พระมารดา คือ พระนางสิริมหามายา แห่งโกลิยะวงศ์ แคว้นโกลิยะ มีกรุงเทวทหะ เป็นเมืองหลวง (ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศเนปาล) เมื่อทรงมีพระชนม์ได้ 29 พรรษา ได้เสด็จออกผนวชถือเพศบรรพชิต(นักบวช) โดยมีสาเหตุคือ ทรงได้เห็นความจริงและชีวิตของมนุษย์ ได้แก่ การแก่ เจ็บ ตาย สมณะ (เทวทูตทั้ง 4) และทรงเห็นสภาพปัญหาสังคมตามระบบวรรณะและความไม่เป็นธรรมในสังคม

            2  การตรัสรู้ เมื่อทรงผนวชแล้ว “พระสิทธัตถะโคตรมะ” ได้เดินทางไปยังแคว้นมคธ เพื่อศึกษาและแสวงหาหนทางดับทุกข์ของมวลมนุษย์ ทรงใช้เวลาถึง 6 ปี จึงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (เดิอนวิสาขะ) ก่อนพุทธศักราช 45 ปี เมื่อมีพระชนม์ได้ 35 พรรษา ขั้นตอนการแสวงหาสัจธรรมดังกล่าวทรงกระทำโดยลำดับดังนี้

                        1) ขั้นที่  1  การฝึกปฏิบัติโยคะ ทรงได้ศึกษาวิธีฝึกปฏิบัติโยคะกับเจ้าสำนัก 2 ท่าน คือ                 อาฬารดาบส และ อุทกดาบส  แต่ทรงเห็นว่าไม่ใช่หนทางหลุดพ้นจากความทุกข์ จึงทรงเปลี่ยนวิธีการใหม่

                        2) ขั้นที่  2  การบำเพ็ญตบะ ทรงใช้วิธีทรมารร่างกายให้ลำบาก เช่น เปลือยกาย ตากแดดตากฝน ฉันมูลโค และนอนบนหนามแหลมคม ฯลฯ แต่ก็ยังไม่บรรลุมรรคผล

                        3) ขั้นที่  3  การบำเพ็ญทุกรกิริยา หมายถึงการกระทำในสิ่งที่ยากยิ่ง ได้แก่ กัดฟัน กลั้นลมหายใจ และอดอาหาร แต่ก็ยังไม่ตรัสรู้จึงเลิกปฏิบัติวิธีนี้ และกลับมาเสวยอาหารเหมือนเดิม

                        4) ขั้นที่  4  การบำเพ็ญเพียรทางจิต คือ ทรงใช้ปัญญาคิดค้นหาเหตุผล และเกิดความคิดว่าปัญหาชีวิตของมนุษย์ควรจะแก้ไขด้วยการปฏิบัติทางกาย ละควรเดินสายกลางไม่ใช้ทัศนะที่สุดโต่ง

3. การประกาศศาสนา

            3.1 การแสดงปฐมเทศนา พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมครั้งแรก (ปฐมเทศนา) โปรด“ปัญจวัคคีย์” ที่ป่าอิสปตนมฤคยทายวัน ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เรียกหลักธรรมนั้นว่า“ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” สาระสำคัญคือ ใช้แนวทางการดับทุกข์ตามมรรคมีองค์แปด และหลักธรรมอริยสัจ 4 และได้พระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา คือ โกณทัญญะ หลังจากนั้น พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรม“อนัตตลักขณสูตร” (พระสูตรว่าด้วยอนัตตา) จนพระปัญจวัคคีย์ทั้ง5 สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด

            3.2 การประดิษฐานของพระพุทธศาสนา

ในระยะแรกการประกาศและเผยแพร่ พระศาสนาของพระพุทธองค์อยู่ในดินแดนแคว้นมคธเป็นส่วนใหญ่ มีผู้ศรัทธาขอบวชเป็นพระสงฆ์สาวกและ เป็นอุบาสกผู้อุปถัมภ์พระศาสนา ที่สำคัญมีดังนี้

                       1) ยสะ กุลบุตร  บุตรชาวเศรษฐีชาวเมืองพาราณสี พร้อมทั้งเพื่อนและบริวารอีก 54 ขอบวชเป็นพระสงฆ์สาวก

                        2) ชฏิล (นักบวชเกล้ามวยผม) 3 พี่น้อง ตั้งสำนักเผยแพร่คำสอนของตนที่เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ พร้อมทั้งบริวาร 1,000 รูป ขอบวชเป็นพระสงฆ์สาวก

                        3) พระเจ้าพิมพิสาร กษ้ตริย์แห่งเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาทรงสร้างวัดเวฬุวัน (สวนไผ่) ถวายเป็นที่จำพรรษา เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา

                        4) ศิษย์ของสำนักสัญชัยเวลัฏฐบุตร แห่งเมืองราชคฤห์ 2 คน ขอบวชเป็นพระสงฆ์สาวก ต่อมาเป็นที่รู้จักในนาม “พระสารีบุตร” และ “พระโมคคัลลานะ” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่พระศาสนาในเวลาต่อมา

3.3   ศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนาแห่งใหม่ที่เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล มีผู้ศรัทธาให้การอุปถัมภ์ พระพุทธศาสนามากมาย จนเมืองสาวัตถีกลายเป็นศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา แห่งใหม่

            3.4   พุทธบริษัท 4   หมายถึง บุคคลที่เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระศาสนา มี 4 ประเภทดังนี้

1) ภิกษุ คือ ชายที่บวชเป็นพระภิกษุหรือพระสงฆ์         3)อุบาสก คือ ชาวพุทธทั่วไปที่เป็นชาย

2) ภิกษุณี คือ หญิงที่บวชเป็นพระภิกษุณี                         4) อุบาสิกา คือ ชาวพุทธทั่วไปที่เป็นหญิง

  1. 4.   การเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

4.1       พระพุทธเจ้าทรงประกาศและเผยแผ่พระศาสนาเป็นเวลา 45 ปี จนกระทั่งทรงมีพระชนม์ได้ 80 พรรษา จึงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ณ เมืองกุสินาราย แคว้นมัลละ เมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 1 ปี (ปีรุ่งขึ้นเริ่มนับ พ.ศ. 1)

4.2       พระสงฆ์สาวกองค์สุดท้ายที่ทรงบวชให้ ก่อนปรินิพพาน พระพุทธเจ้าได้เทศนาสั่งสอนแก่สุภัททปริพาชก ซึ่งเป็นพระภิกษุในพรุพุทธศาสนาถือว่าเป็นพระสงฆ์องค์สุดท้ายที่ทรงบวชให้

4.3               ปัจฉิมโอวาท พระพุทธองค์ที่ได้ตรัสสอนแก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งสุดท้ายก่อน ปรินิพพาน คือ จงดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท

  1. 5.              พุทธจริยา

        พุทธจริยา คือการปฏิบัติตนหรือการบำเพ็ญประโยชน์ของพระพุทธเจ้า พุทธจริยาประกอบ ด้วยพระจริยวัตรของพระพุทธเจ้า 3 ประการ ดังนี้

5.1       โลกัตถจริยา  การบำเพ็ญประโยชน์ต่อชาวโลก

5.2       ญาตัตถจริยา การบำเพ็ญประโยชน์แก่พระประยูรญาติ

1) โปรพพระบิดา(พระเจ้าสุทโธทนะ) และพระประยูรญาติที่เมืองกบิลพัสดุ์ ภายหลังตรัสรู้ได้ 2 ปี ได้เสด็จไปแสดงธรรมเผยแผ่พระศาสนา ณ เมืองกบิลพัสดุ์ เป็นผลให้พระบิดาและพระญาติวงศ์เกิดความศรัทธาเข้ารับนับถือในพระพุทธศาสนาจำนวนมาก

2) โปรดพระนางพิมพาและพระราหุล ผลจากการเสด็จไปแสดงธรรมเทศนาโปรดพระประยูรญาติในครั้งนี้พระนางพิมพา(พระมารดาของพระโอรสราหุล) ได้ขอเป็นอุปสมบทเป็นพระภิกษุณี ต่อมาได้ชื่อใหม่ว่า “ภัททากัจจานา” และพระราหุล พระโอรสได้ขอบวชเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา

3)  ทรงระงับกรณีพิพาทระหว่าพระญาติ โดยมีสาเหตุเกิดจากราษฎรชาวเมืองกบิลพัสดุ์กับชาวเมืองโกลิยะขัดแย้งกันเรื่องการทดน้ำเข้านาในช่วงฝนแล้ง  ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำโรหิณีมีปริมาณลดต่ำลง ทำให้กองทัพทั้งสองฝ่ายเตรียมทำสงครามแย่งน้ำกัน พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปห้าม

5.3        พุทธัตถจริยา การบำเพ็ญประโยชน์แก่พระองค์เองและผู้อื่นตามหน้าที่และความ

รับผิดชอบในฐานะทรงเป็นพระพุทธเจ้า

5.3.1                     ทรงแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ (สัตว์โลกที่พึงสั่งสอนอบรมขัดเกลาได้)

5.3.2                     ทรงบัญญัติพระวินัยแก่พุทธบริษัท ได้แก่ ศีล 5 (ชาวพุทธทั่วไป), ศีล 8 (อุบาสก และอุบาสิกา), ศีล 10 (สามเณร), ศีล 277 (ภิกษุ)  และศีล 311 (ภิกษุณี)

ตัวอย่างข้อสอบ

  1. พระพุทธศาสนามีหลักคำสอนที่เป็นทฤษฏีสากล หมายความว่าอย่างไร

1.  เป็นคำสอนที่สามารถพิสูจน์ได้                   2.   เป็นคำสอนที่หน้าเชื่อถืออย่างยิ่ง

3.  เป็นคำสอนที่ตรงกับของศาสนาอื่น             4.    เป็นคำสอนที่มุ่งประโยชน์สุขแก่คนทั่วไป

  1. ข้อใดคือศาสดาที่พระพุทธเจ้าระบุให้เป็นตัวแทนหลังจากเสด็จพระปรินิพพาน
    1. พระอุบาลี                                             2. พระอานนท์
    3.  พระธรรมวินัย                                      4. พระมหากัสสปะ
  2. พระพุทะเจ้าแสดงธรรมครั้งแรกให้แก่ใคร
    1. ปัญจวัคคีย์                                          2. ชฏิล 3 พี่น้อง
    3.  พระเจ้าสุทโธนะ                               4. อาฬารดาบสและอุทกดาบส
  3. เหตุการณ์ใดไม่ได้เกิดขึ้นในวันอาสาฬหบูชา
    1.  พระรัตนตรัยครบองค์สาม
    2. โกณทัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม
    3.  พระพุทธเจ้าแสดงธัมมจักกัปปวัฒนสูตร
    4.    พระพุทธเจ้าแสดงอนันตลักขณสูตร
  4. ศาสนพิธีใดไม่มีการเจาะจงพระภิกษุผู้รับ
    1. ทอดกฐิน                              2. ถวายผ้าอาบน้ำฝน
    3.  ถวายสังฆทาน                    4. ถวายผ้าจำนำพรรษา
  5. พระปัญจวัคคีองค์ใดมีคุณลักษณะเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน
    1. พระวัปปะ                             2. พระอัสสชิ
    3.  พระภัททิยะ                       4. พระมหานามะ
  6. เวสสันดรชาดก ให้แนวคิดสำคัญในเรื่องใด
    1. ทานบารมี                           2. ปัญญาบารมี
    3.  วิริยบารมี                          4. ศรัทธาบารมี
  7. บุคคลควรใช้หลักธรรมใดในการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสงบสุข
    1. อริยสัจ 4                              2. อิทธิบาท 4
    3.  สังคหวัตถุ 4                       4. พรหมวิหาร 4
  8. พระพุทธศาสนาต่างกับวิทยาศาสตร์ในด้านใด
    1.  การเน้นหลักเหตุผล
    2.  การมุ่งประโยชน์สุขแก่มนุษย์ชาติ
    3.  ความเชื่อในกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ
    4.  ความเชื่อมั่นในศักยภาพทางปัญญาของมนุษย์
  9. อริยสัจ 4 เป็นพื้นฐานของหลักธรรมทั้งหลาย เพราะเหตุใด
    1.เป็นหลักแสดงถึงกฎแห่งกรรม
    2.เป็นหลักแสดงถึงการแก้ปัญหาชีวิต
    3.  เป็นหลักแสดงถึงการแสวงหาความจริง
    4. เป็นหลักแสดงถึงความเป็นเหตุและผล
  10. คำว่า “สังขาร” ในขันธ์ 5 หมายถึงข้อใด
    1.  ร่างกายและพฤติกรรมทั้งหมดของร่างกาย
    2.   การกำหนดรู้เพื่อแยกแยะกายและจิต
    3.  ประสาทสัมผัสต่างๆ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย
    4.   แรงจูงใจที่ผลักดันให้มนุษย์กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
  11. จุดเริ่มต้นของการถวายผ้าจีวรแก่พระสงฆ์เกิดจากกการปฏิบัติของผู้ใด       1. การเวียนเทียน                              2. การทำบุญวันเกิด
    3.  การทำบุญ                                   4. การทำบุญอัฐิ
  12. ข้อใดเป็นกุศลพิธี
    1. การทำบุญ                                     2. การเจริญภาวนา
    3.  การอยู่ร่วมกัน                             4. ความไม่ประมาท
  13. พระธรรมวินัยที่รวบรวมไว้ ก่อนการสังคายนาครั้งที่ 5 ใช้วีการใด
    1.  มุขปาฐะ
    2.   จารึกในใบลาน
    3.  พระทรงประชุมกันแต่งเป็นร้อยกรอง
    4. พระสาวกประมวลหลักคำสอนเป็นหมวดหมู่
  14. โยนิโสมนสิการ ตรงกับข้อใดมากที่สุด
    1.  เป็นความคิดเพื่อกำจัดอวิชชาและตัณหา
    2.   เป็นความคิดวิเคราะห์เพื่อสร้างทฤษฎีสากล
    3.   เป็นพัฒนาการธรรมชาติที่เกิดจากการทำสมาธิ
    4.   เป็นความคิดที่เกิดจากการได้รับคำแนะนำสั่งสอน
  15. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของการอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
    1.  ให้บิดามารดาได้รับส่วนบุญส่วนกุศล
    2.   ให้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้อง
    3.   รู้จักสำรวมกาย วาจา ใจ เพื่อให้เกิดสมาธิและปัญญา
    4.    ช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ตลอดไป
  16. ในพระพุทธศาสนาสิ่งใดเป็นมูลเหตุของการเวียนว่ายตายเกิด
    1. ชาติ                                     2. ตัณหา
    3.  นามรูป                              4. อวิชชา
  17. ข้อใดจัดกลุ่มธรรมในหลักอริยสัจ 4 ในข้อใดไม่ถูกต้อง
    1.  ทุกข์ – ขันธ์ 5 โลกธรรม 8
    2.   สมุทัย – นิวรณ์ อุปทาน 4
    3.  นิโรธ – ปฏิจจสมุปบาท กรรม 12
    4.    มรรค – อปริหานิยธรรม 7 มงคล 38
  18. การใช้หลักโยนิโสมนสิการข้อใด สามารถดับทุกข์จากการหลงยึดติดในรูปกายได้มากที่สุด
    1.  การพิจารณาหาเหตุปัจจัย
    2.   การคิดพิจารณาแยกแยะส่วนประกอบ
    3.  การคิดพิจารณาแบบสามัญลักษณะ
    4.    การคิดพิจารณาเห็นคุณ – โทษและทางออก
  19. นิพพานสุข คืออย่างไร
    1.  ความสุขที่เกิดจากการละกิเลสได้
    2.   ความสุขที่เกิดจากการควบคุมกิเลสได้
    3.  ความสุขที่เกิดจากการตายแล้วไม่เกิด
    4.    ความสุขที่เกิดจากการสนองกิเลสได้
  20. ข้อใดคือความหมายของคำว่า วันมหาปวารณา
    1. วันที่พระสงฆ์ให้โอกาสครั้งสำคัญในการว่ากล่าวกันได้
    2. วันที่พระสงฆ์ให้โอกาสสำคัญในการขอพระและให้พรกัน
    3.  วันที่พระสงฆ์ให้โอกาสสำคัญให้ฆวราวาสปวารณาตนรับใช้พระสงฆ์
    4. วันที่พระสงฆ์ให้โอกาสสำคัญให้พระสงฆ์กล่าวสอนตน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s